Record From Home เทคนิคการอัดเสียงที่บ้าน ที่ใครก็ทำได้

29 มีนาคม 2020

Google+
Line

Record From Home เทคนิคการอัดเสียงที่บ้าน ที่ใครก็ทำได้

ในช่วงนี้กระแส Work From Home กำลังมาแรง เช่นเดียวกันกับนักดนตรีอย่างพวกเราที่ต้องเก็บตัวอยู่กันแต่ในบ้าน บางคนอาจจะอยู่เฉยๆ แล้วอยากที่จะลุกขึ้นมาใช้เวลาที่ว่างในช่วงนี้ทำเดโม่ อัดเพลงใหม่ หรือแม้แต่อัด cover อัพขึ้น Social แต่เพราะว่าบ้านของเราไม่เหมือน Studio ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการอัดเสียงโดยเฉพาะแล้ว จึงทำให้เราต้องเจอกับปัญหามากมาย เพราะวันนี้ ProSCHOOL เราจะมาแชร์เทคนิคง่ายๆ ในการอัดเสียงได้จากที่บ้านแบบไม่ต้องง้อ Studio


หามุมส่วนตัวที่เงียบๆ

ที่เงียบๆ นอกจากจะทำให้เราไม่โดนเสียงอื่นๆ รบกวนแล้ว ยังจะช่วยทำให้เรามีสมาธิในการเล่นได้อย่างเต็มที่ไม่วอกแวก ส่งผลให้เราสามารถที่จะเล่นได้อย่างแม่นยำ ไม่หลุด ไม่พลาด แถมยังสามารถใส่ฟีลได้เต็มที่ ไม่ต้องเขินอายว่าใครจะเดินผ่านมาเจอเรากำลัง solo ปากเบี้ยวอยู่จนต้องหลุดขำออกมา

ถอยห่างจากหน้าต่าง ประตู

บางคนอาจจะเคยเจอกับความรู้สึกหงุดหงิดเวลาที่คุณกำลังอัดเทคที่คิดว่าดีที่สุดในชีวิตจนใกล้จะจบแล้ว ดันมีเสียงรถกับข้าว หรือเสียงหมาข้างบ้านเห่าเข้ามาใน Microphone และถึงแม้ว่าเราจะปิดประตูหน้าต่างดีแล้ว แต่ประตูและหน้าต่างที่บ้านเราไม่ใช่ Acoustic Door จึงทำให้มันไม่สามารถที่จะกันเสียงได้มากพอ ส่งผลทำให้เสียงรบกวนภายนอกยังสามารถที่จะรั่วเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ให้ลองหลีกเลี่ยงการใช้ห้องที่มีประตู หรือหน้าต่างเปิดออกไปนอกตัวบ้าน หรือริมถนน หรือถ้าหน้าต่างหันออกไปทางด้านที่ไม่มีเสียงจอแจก็ยังดี

ใช้ Dynamic Microphone

เวลาเลือกซื้อ Microphone หลายๆ คนอาจจะติดนิสัยชอบซื้อ Condenser Microphone ด้วยเหตุผลที่ว่ามันสามารถรับเสียงได้กว้างกว่า และ sensitve มากกว่า แต่ในสถาณการที่ควบคุมได้ยาก ความ Sensitive ของ Condenser อาจจะกลายเป็นปัญหา เพราะมันจะสามารถรับเอาเสียงรบกวนที่อาจจะเบามากๆ มาได้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นเครื่องดนตรีเดียวอาจจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเราเอาหลายๆ Track ไป Mix รวมกันแล้วจะทำให้เสียงรบกวนต่างๆ หรือ Noise จะดังมากขึ้น

นอกเหนือจากนี้การที่เราใช้ Dynamic Microphone ที่เหมาะสมกับเครื่องดนตรีแต่ละตัวจะช่วยลดโอกาศที่ Microphone ตัวนั้นๆ จะรับเสียงรบกวนอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจาก range ความถี่ที่มันถูกออกแบบมาได้อีกด้วย

แถมการใช้ Dynamic Microphone ที่มี Sensitivity ต่ำยังทำให้การบันทึกเสียงของเราได้รับผลกระทบจากเสียงสะท้อนที่น้อย ทำให้เราไม่ต้องกังวลกับเรื่อง acoustic ของห้องมากนัก

หลีกเลี่ยงเสียงก้อง หรือ Reverb

ด้วยความที่บ้านของเราไม่ได้ออกแบบมาเป็น Studio จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า Acoustic ของห้องอาจจะไม่ได้เหมาะกับการบันทึกเสียงเท่าที่ควร ปัญหาใหญ่อันดับหนึ่งของการอัดเพลงในห้องที่ไม่ได้ออกแบบมาในทาง Acoustic ก็คือเรื่องของเสียงสะท้อน และเพื่อป้องกันปัญหานี้ เราจึงควรที่จะหาห้องที่มีเสียงก้องสะท้อนที่น้อย ห้องที่มีข้าวของเยอะจะได้เปรียบเป็นพิเศษ เพราะ furniture และสิ่งของต่างๆ จะเป็นตัวที่ช่วยในการดูดซับ หรือกระเจิงเสียงสะท้อน ทำให้เสียงสะท้อนเบาลงจนเราแทบที่จะไม่ได้ยิน

หรือบางคนอาจจะเคยได้เห็นการอัดร้องหน้าตู้เสื้อผ้าที่มีผ้าอยู่ บางคนใช้วิธีการสร้างกระโจมผ้านวมหรือคลุมโปง ซึ่งผ้าเหล่านั้นก็จะช่วยดูดซับเสียงสะท้อนได้ด้วย

อีกอุปกรณ์ที่อาจจะช่วยได้คือแผ่น Reflection Filter ที่เราสามารถที่จะหามาครอบบริเวณด้านหลังของ Microphone เพื่อลดเสียงสะท้อนที่จะเข้ามาทางด้านหลังของ Microphone ได้

ต่อตรง Clean ที่สุด

ถ้าเราใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้าการต่อตรงเข้า Interface อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการอัดเสียงที่บ้าน เพราะนอกจากที่เราจะได้เสียงที่สะอาดปราศจากเสียงรบกวนอื่นๆ แล้ว ยังทำให้เราสามารถที่จะควบคุมความดังให้ไม่ไปรบกวนห้องข้างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการต่อเข้า DI Box หรือแม้แต่การต่อออกจากช่อง Line Out ของ Amp และ Effect หรือแม้แต่ Interface บางตัวที่มีช่อง Instrument Input ก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลกับปัญหาเสียงรบกวน และ Acoustic ของห้องได้

และสำหรับใครที่อยากอัดเพลงเวลากลางคืนแล้วไม่อยากให้เสียงดังไปรบกวนคนรอบข้างต้องอย่าลืมหาหูฟัง Monitor มาไว้ใช้กันด้วย

MIDI ช่วยได้

หนึ่งในเครื่องดนตรีที่อยู่ในกลุ่มที่ยุ่งยากในการอัดที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกลอง แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่เสียง Sample ของกลองค่อนข้างอัดมาได้สมจริงมากแล้ว ทำให้เราสามารถที่จะใช้วิธีการเขียน MIDI แทนการอัดกลองจริงที่บ้านได้อีกด้วย หรือถ้าใครอยากได้ Feeling ของการเหลื่อมแบบธรรมชาติของการตีกลองจริงๆ ก็สามารถที่จะใช้กลองไฟฟ้า หรือ Drum Pad ที่สามารถที่จะอัดเสียงกลองไฟฟ้าได้โดยตรง หรืออัดเป็น MIDI Track เก็บไว้เพื่อไปเลือกเสียงกลองต่างหากจาก Plugin ก็ได้

สำคัญที่สุดคืออย่าหยุดฝึกฝน

ในเมื่อเราไม้ได้ออกไปไหนแล้ว ก็จงใช้เวลาที่มีอยู่เหลือเฟือในการฝึกฝน และทดลองการเล่นในรูปแบบต่างๆ ให้คล่องแคล่ว เพราะนอกจากมันจะช่วยทำให้เราอัดผ่านได้ง่ายๆ ไม่ต้องหลายเทคแล้ว เมื่อถึงเวลาที่จะออกไปเล่นสดข้างนอกเรายังสามารถที่จะเล่นได้อย่างแม่นยำ ไร้ความกังวล ทำให้เราสามารถที่เล่นออกได้อย่างเต็มที่ เต็มฟีล เพื่อให้ผู้ชมได้ประทับใจในการแสดงของเรา และดื่มด่ำไปกับผลงานที่เราภาคภูมิใจ


สุดท้ายนี้ ไม่ว่าสถาณการณ์ต่างๆ จะเป็นอย่างไร พวกเรา ProSCHOOL พร้อมที่จะเป็นกำลังใจให้กับคนดนตรีทุกคนได้ผ่านพ้นทุกๆ วิกฤตที่พุ่งเข้ามา พวกเราจะ ”สู้! สานฝันไปด้วยกัน”

Google+
Line