5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำเพลงเลือกใช้ Pro Tools

10 มีนาคม 2020

Google+
Line

คราวก่อน ProSCHOOL เราได้ทำการแนะนำให้รู้จักกับ 5 DAW ยอดนิยมกันไปแล้ว สำหรับใครที่กำลังจะเริ่มต้นทำเพลง แล้วยังเลือกไม่ถูกว่าจะตกลงปลงใจกับ DAW ตัวไหนดี วันนี้เราจะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pro Tools กัน กับ 5 เหตุผลที่คนเลือกใช้ Pro Tools


ความเป็นมาของ Pro Tools

Pro Tools เป็นชื่อของ DAW ยอดนิยมตัวนึงที่ปัจจุบันถูกพัฒนาและจัดจำหน่ายโดยบริษัท Avid เจ้าของเดียวกันกับ Software ตัดต่อ VDO ที่ชื่อว่า Media Composer และ Software เขียน Note ดนตรีชื่อดัง Sibelius

โดยที่เดิมที่ Pro Tools เป็น DAW ระบบปิด (Close Platform) ที่สามารถทำงานได้ร่วมกับระบบ Hardware ของ Digidesign เท่านั้น (ชื่อบริษัทเดิมที่เป็นเจ้าของ Pro Tools ก่อนที่จะขายให้กับ Avid) ซึ่งในภายหลัง Pro Tools ได้เปลี่ยนมาเป็นระบบเปิดใน version 9 ทำให้สามารถใช้ Pro Tools กับอุปกรณ์หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ Pro Tools ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานแบบ Home Studio มากขึ้น

ถึงแม้ว่า Pro Tools ตัวแรกจะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1991 (ก่อนหน้านั้นในปี 1985 ใช้ชื่อว่า Sound Designer ซึ่งถือว่าเป็น Sample Editing Software) แต่ปัจจุบันใน Pro Tools ก็ยังคงติดอันดับเป็น 1 ใน DAW ยอดนิยมที่คนเลือกใช้กัน

ในวันนี้เราจะมาดูกันว่าอะไรคือ 5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำเพลงเลือกใช้ Pro Tool


1. เครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับการ Editing

คนทำงาน Professional Audio หลายๆ คนยอมรับว่า Pro Tools เป็น DAW ที่เมื่อผู้ใช้ปรับตัวให้สามารถทำงานได้คล่องแคล่วแล้ว จะสามารถทำให้ทำงาน Editing ได้สะดวก และรวดเร็วที่สุด หนึ่งในจุดแข็งของ Pro Tools ก็คือเครื่องมือที่เรียกว่า Smart Tools ที่เป็นการผสมผสานเอาเครื่องมือ 5 อย่างไว้ด้วยกัน (DAW อื่นๆ จะเลือกได้) ทำให้เราสารมารถใช้ Mouse ร่วมกันกับ shortcut ไม่กี่ตัว ก็สามารถที่จะทำให้เราทำงาน editing ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าคุณเป็นผู้ใช้ Pro Tools ระดับเทพแล้วจะรู้ว่า Pro Tools มี Shortcut อีกมากมายที่ทำให้เราทำงานได้โดยแทบไม่ต้องจับ mouse เลยทีเดียว


2. หน้าตาเหมือน Mixing Console

หน้าต่าง Mix Windows ของ Pro Tools ออกแบบมาโดยใช้ต้นแบบมาจากหน้าตาของ Analogue Mixing Console ด้วยความที่ Pro Tools ในยุคแรกๆ ออกแบบมาสำหรับการใช้ทำงานแทนอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ใน Studio เลยทำให้ผู้พัฒนาพยายามทำให้หน้าตาออกมาใกล้เคียงกับอุปกรณ์ Analogue มากที่สุด


3. ออกแบบมาจากวิธีการทำงานใน Professional Studio

Pro Tools มีลูกเล่นที่น้อยเมื่อเทียบกับ DAW เจ้าอื่นๆ ในตลาดปัจจุบัน ซึ่งหลายๆ คนอาจจะมองว่าเป็นข้อเสีย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ต้องใช้ MIDI ในการทำเพลงเยอะๆ)

แต่ด้วยความที่ Pro Tools ถูกออกแบบมาเพื่อใช้แทนการทำงานใน Studio เลยทำให้ผู้พัฒนาพยายามให้การทำงานทุกอย่างเหมือนการใช้งาน Professional Studio มากที่สุด เน้นการใช้งานทางด้าน Recording, Editing และ Mixing ซึ่งผู้ใช้ที่เลือกใช้ Pro Tools ส่วนใหญ่จะบอกว่าชอบที่การทำงานบน Pro Tools ให้ประสบการณ์เหมือนกับการใช้งาน Studio Equipment จริงๆ ที่ผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมได้ในทุกกระบวนการทำงาน


4. เปลี่ยน Version แต่หน้าตาเหมือนเดิม

หนึ่งในปัญหาหน้าปวดหัวของผู้ใช้ DAW และ Software ต่างๆ ก็คือการที่จะต้องเรียนรู้การทำงานใหม่เมื่อผู้ผลิตออก Version ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนของหน้าตา Interface รวมถึง Process การทำงานใหม่ถึงแม้ว่าเราจะอยากใช้ function เดิมก็ตาม

แต่ Pro Tools เป็นหนึ่งใน Software ที่รู้ๆ กันว่าผู้ใช้งาน Version เก่าๆ ก็สามารถที่จะทำงานบน Version ใหม่ได้แบบสบายๆ เพราะ Pro Tools แทบจะไม่ได้เปลี่ยนหน้าตาของ Use Interface เลย (ยกเว้นแค่ทำหน้าต่างให้สีเข้มขึ้น) แค่เพิ่ม feature ใหม่ๆ เข้าไปเท่านั้น


5. มาตรฐานที่ Professional Studio เลือกใช้มากที่สุด

ด้วยความที่ Pro Tools ถูกออกแบบมาให้ใช้แทนการทำงานบน Studio Equipment มาตั้งแต่ยุคแรกของ DAW จนกระทั่งปัจจุบัน Pro Tools ก็ยังคงเน้นเรื่อง Function การทำงานบน Professional Studio เป็นหลัก จึงทำให้ Pro Tools เป็น DAW ที่ถูกเลือกใช้ใน Professional Studio มากที่ตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน

และด้วยความที่ Pro Tools เป็น DAW ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายใน Studio จึงทำให้เราสามารถที่จะเอา Project ที่เราเตรียมไว้จากที่บ้าน ไปเปิดใน Studio ต่อได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเตรียมการ Export แล้วไปจัดวางบน Project ใหม่ และ Pro Tools ตัวปัจจุบันยังมีระบบ Avid Cloud ที่ทำให้เราสามารถ Share ตัว Pro Tools Project ให้ Engineer คนอื่นๆ เข้ามาร่วมทำงานบน Project เดียวกันได้เลย โดยไม่ต้อง Copy ส่งกันไปมาได้ด้วย



5 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นแค่ส่วนนึงของหลายๆ เหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ Pro Tools เท่านั้นครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Pro Tools ดีกว่า หรือด้อยกว่า DAW ตัวอื่นๆ ซึ่งจะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้ว Pro Tools จะออกแบบมาให้เหมาะกับคนที่ทำงานในแบบ Engineer ซะมากกว่า จีงอาจจะเหมาะกับการทำงานด้าน Recording Editng และ Mixing หรือการทำงานในแบบ Professional Studio ซะมากกว่า 

สำหรับใครที่อยากลองใช้ Pro Tools ปัจจุบันนี้ Pro Tools มีตัวเริ่มต้นที่เรียกว่า Pro Tools First ที่แถมมากับ Audio Interface หลายยี่ห้อ หรือเราสามารถที่จะไปลงทะเบียนและ Download มาลองใช้ได้กันได้แบบฟรีๆ จาก Avid แต่ผู้ใช้ Pro Tools ทุกคนจำเป็นที่จะต้องมี iLok Account ด้วย (ไม่จำเป็นต้องซื้อ iLok ถ้าจะใช้แค่ Pro Tools First)

ซึ่ง DAW ตัวอื่นๆ ก็จะมีข้อดี ข้อด้อยในแต่ละด้านที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงานของแต่ละคน ซึ่งคราวหน้า ProSCHOOL จะมาพูดถึง DAW ตัวอื่นๆ กันอีก แต่จะเป็นตัวไหน ต้องลองติดตามกันต่อไปครับ

Google+
Line