5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำเพลงเลือกใช้ Cubase

20 มีนาคม 2020

Google+
Line

หลังจากที่เราได้ทำการแนะนำให้รู้จักกับ 5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำเพลงเลือกใช้ Pro Tools กันไปในคราวที่แล้ว อีกหนึ่งใน 5 DAW ยอดนิยมที่คนทำเพลงเลือกใช้ที่เราจะมาแนะนำให้รู้จักกันในวันนี้เป็น DAW ยอดนิยมจากประเทศเยอรมันที่มีประวัติมายาวนาน เรามาดูกันว่าทำไม Steinberg Cubase ถึงเป็น DAW ที่สาย Composer เลือกใช้มาอย่างยาวนาน


Cubase เกิดมาคู่กับ Atari

ในช่วงปี 1989 Cubase ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกโดยการพัฒนาของบริษัท Steinberg โดยที่ Cubase ในยุคแรกนั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นเพียงแค่ MIDI Sequencer สำหรับใช้งานบนเครื่อง Personal Computer ที่มีชื่อว่า Atari ST Computer ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Atari เจ้าเดียวกันกับที่ผลิตเครื่อง Game Console ในตำนานอันเลื่องชื่อ ก่อนที่ภายหลังจะถูกพัฒนาต่อยอดให้สามารถใช้งานได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ Macintosh และ Windows หลังจากนั้น Cubase และเครื่อง Atari ST Computer ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายใน Music Studio หลายๆ ที่ ด้วยความที่ตัวเครื่อง Atari เองนั้น เป็นเครื่อง Personal Computer ที่มีช่องเชื่อมต่อ MIDI อยู่ในตัวอยู่แล้ว รวมกับ Cubase ที่ออกแบบมาเพื่อเป็น MIDI Sequencer จึงทำให้สามารถตอบโจทย์การทำงานของนักแต่งเพลงในสมัยนั้นได้อย่างเต็มที่

หลังจากที่ Cubase รุ่นแรกสามารถทำได้เพียงแค่เป็น MIDI Sequencer เท่านั้น ทาง Steinberg ก็ได้มีการพัฒนาเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานด้านเสียงเข้ามาโดยการเอาเทคโนโลยีที่เรียกว่า Virtual Studio Technology หรือที่เรียกกันติดปากว่า VST เข้ามาใช้ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น Cubase VST ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการบันทึกเสียง Mixing หรือแม้แต้ใส่ Effects

ส่วน Cubase ที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้ถือว่าอยู่ใน Generation ที่ 3 ที่พัฒนามาจาก Cubase SX เจ้า Cubase SX นี้เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากตระกูล Cubase VST แล้วเพิ่มเอา Function การทำงานบางอย่างของ software ด้าน Post Production ชื่อดังของ Steinberg อย่าง Nuendo เข้ามาไว้ด้วย

แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ Cubase ที่อยู่มากว่า 30 ปียังคงเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทำเพลงทั่วโลก เรามาลองดูกันว่า 5 เหตุผลหลักที่ทำให้คนทำเพลงเลือกใช้ Cubase


1. ประสบการณ์การทำงานกับ MIDI มาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม

ด้วยความที่ Cubase เริ่มต้นมาจากการเป็น MIDI Sequencer และในปัจจุบัน MIDI ก็ยังคงเป็น Function ที่ Cubase ให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาการทำงานของหน้าต่าง Piano Roll และ function ในการแก้ไข MIDI ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข MIDI หลายๆ track หลายๆ clip ในหน้าเดียวกัน พร้อมๆ กันหรือแม้แต่การที่สามารถแก้ไข MIDI Velocity ได้ในหลายๆ รูปแบบ ที่ทำให้เหล่า Composer ที่ทำงานกับ MIDI ชื่นขอบ


2. Control Room ช่วยจัดการ Signal Routing สำหรับ Cue และ Monitor

หลายๆ ครั้งเวลาที่เราจะต้องทำการอัดเพลง นักดนตรี อาจจะต้องการฟังเสียงที่ต่างไปจากคนอัด หรือแม้แต่นักดนตรีแต่ละคนอาจจะต้องการที่จะได้ยินเสียงที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งสำหรับ DAW อื่นๆ นั้น เราจำเป็นที่จะต้องสร้าง Aux หรือ Buss Track เพื่อใช้แทนการทำ Cue Mix แล้วค่อยส่งเสียงจาก Track นั้นๆ ออกไปยังที่ต่างๆ

แต่ใน Cubase เราสามารถที่จะใช้งาน Function ที่ชื่อว่า Control Room เพื่อการทำ Cue Mix หรือ Routing ต่างๆ ได้โดยที่ไม่ต้องสร้าง track มาเพิ่มไว้ในหน้า Mix แถมยังมีปุ่ม Control ของแต่ละ Cue Mix แสดงให้เห็นเป็นหน้าตาเหมือน Cue Section ของ Studio Console ซึ่งทำให้เราสามารถที่จะควบคุม output ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว


3. วิธีการทำงานจาก Analogue สู่ Digital

ด้วยความที่ Cubase เป็นหนึ่งใน DAW ที่มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น เลยทำให้ระบบการทำงานต่างๆ นั้นมีพื้นฐานมาจากการทำงานด้วยระบบ Analogue ทำให้เราได้ function ต่างๆ ที่คนทำงานใน Music Studio จะคุ้นเคย ทั้งในเรื่องของการจัดการ Instrument ที่เหมือนกับการ routing ของ Sound Modules หน้าตาของ Mixer หรือแม้แต่ Control Room ที่อ้างถึงในข้อก่อนหน้านี้

ส่วนในด้านของการ Record และ Editing เป็นด้านที่ Cubase พัฒนาเอาความต้องการของสาย Composer เป็นศูนย์กลาง ซึ่งทำให้เราได้เห็น Feature ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ Comp ที่ทำให้เราสามารถเลือกเสียงของแต่ละ take มาผสมกันได้อย่างง่ายดาย หรือการ editing ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในทาง MIDI หรือ Audio จึงสามารถบอกได้ว่า Cubase เป็น DAW ที่รวบรวมเอาข้อดีของทั้งการทำงานในแบบ Analogue และ เทคโนโลยีแบบ Digital เข้ามาไว้ด้วยกัน


4. Parts กับ Lanes

ไม่จำเป็นต้องแก้ MIDI หลายๆ จุดในท่อนที่เหมือนกัน เพราะใน Cubase ถ้าคุณเขียนหรือบันทึก MIDI ในรูปแบบของ Part แล้ว ถ้าเราแก้ MIDI ของท่อนไหนไป ท่อนอื่นๆ ที่เป็น Part เดียวกันจะได้รับการแก้ไขไปด้วย ทำให้เราไม่จำเป็นจะต้อง copy ไปวางทับทุกครั้งที่แก้ Pattern ใหม่ หรือแม้แต่การทำงานในรูปแบบของ Lane ที่ทำให้เราสามารถที่จะทำการอัดเสียงทับกันหลายๆ take และสามารถที่จะเลือกแต่ละช่วงของแต่ละ take มาผสมกันได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้ Comp Tools


5. ตอบโจทย์ทั้งสาย Compose และ Production

DAW แต่ละเจ้าในตลาดจะเน้นไปที่การตอบโจทย์ด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลัก แต่ Cubase เป็น DAW ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างโลกของการ Compose ที่ต้องการสร้างเสียงดนตรี เรียบเรียงท่อน การใช้งาน MIDI กับ Virtual Instrument การ Sampling และ Editing ต่าง และโลกของการทำ Production ไม่ว่าจะเป็นการ Record การ Edit การ Mix และ Master ในแบบของ Sound Engineer เข้าไว้ด้วยกัน เลยทำให้ Cubase กลายเป็นขวัญใจของสาย Home Studio ได้ไม่ยากเลย


พิสูจน์การทำงานของ Cubase ด้วยตัวเอง

เช่นเดียวกันกับ DAW แต่ละเจ้า Cubase ถือเป็นหนึ่งใน DAW ที่ได้มาตรฐานที่จะช่วยทำให้เราสามารถสร้างผลงานคุณภาพได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาย Composer ที่ไม่ว่าจะเป็น Orchestra ไปจนถึงสาย EDM ก็สามารถที่จะใช้จุดเด่นของ Cubase ในการทำงานด้าน MIDI เข้ามาช่วยให้การทำงานของเราสะดวกและรวดเร็วขึ้นได้


ซึ่งถ้าใครอยากลองใช้ Cubase ก็สามารถที่จะไปหา Download ตัว Trial จาก website ของทาง Steinberg มาทดลองใช้กันได้เลย แล้วถ้าเราติดใจอยากใช้งานก็สามารถที่จะหาซื้อตัว Cubase Artist มาใช้ได้ในราคาที่ไม่สูงมากนัก หรือถ้าใครที่อยากได้ทุก Function การทำงานของ Cubase แบบเต็มประสิทธิภาพ ก็สามารถที่จะข้ามไปซื้อ Cubase Pro ได้เลย

ซึ่ง DAW ตัวอื่นๆ ก็จะมีข้อดี ข้อด้อยในแต่ละด้านที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทำงานของแต่ละคน ซึ่งคราวหน้า ProSCHOOL จะมาพูดถึง DAW ตัวอื่นๆ กันอีก แต่จะเป็นตัวไหน ต้องลองติดตามกันต่อไปครับ

Google+
Line